วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

นักล่าวาฬชาวญี่ปุ่นเริ่มเปิดฤดูกาลล่าครั้งแรกของปี

นปี 2011 ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกที่เริ่มปฏิบัติการล่าวาฬที่โหดร้ายทารุณในเขตคุ้มครองมหาสมุทรแอนตาร์กติกใต้   
กลุ่มนักกิจกรรมรณรงค์เพื่อสังคม เป็นพยานว่าเมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมามีวาฬอย่างน้อยหนึ่งตัวถูกสังหาร ในมหาสมุทรแอนตาร์กติกใต้ ซึ่งอยู่ในเขตฟื้นฟูและรักษาพันธุ์วาฬ ทั้งนี้นักล่าวาฬจากญี่ปุ่น มีเป้าหมายในการล่าเป็นจำนวนมากกว่า 1,000 ตัว โดยมุ่งไปที่วาฬมิงกิ (Minke) 935 ตัว วาฬฟิน (Fin) 50 ตัว และครั้งนี้ นับเป็นฤดูกาลที่สามแล้วที่วาฬฮัมแบ๊คส์ (Humpbacks) ยังคงอยู่ในเป้าหมายการล่าถึง 50 ตัว ซึ่งนับเป็นความล้มเหลวของประเทศญี่ปุ่นในการสั่งห้ามล่าวาฬเชิงพาณิชย์

มีวาฬเพียงประมาณ 40% ของวาฬที่ถูกล่าจบชีวิตลงภายใน 10 วินาทีหลังจากถูกยิง นั่นความหมายว่า ในปีนี้ วาฬกว่า 600 ตัวจะต้องเผชิญกับความโหดร้าย และได้รับความทุกข์ทรมานจากบาดแผลที่น่ากลัว จนกว่ามันจะจบชีวิตลง ในบางครั้งมันต้องทนความเจ็บปวดอยู่เป็นระยะเวลากว่าหนึ่งชั่วโมง จึงจะสิ้นใจ

มร. Joanna Toole ผู้บริหารโครงการสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเลของ WSPA กล่าวว่า "การล่าวาฬที่ทารุณนี้ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่ว่า นานาชาติต่างประนามการกระทำที่โหดร้ายเช่นนี้ และความนิยมบริโภคเนื้อวาฬที่ลดลง การล่าวาฬเชิงพาณิชย์นับเป็นต้นเหตุของความทุกข์ทรมานอันแสนสาหัส ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นที่ไหน และเกิดกับวาฬสายพันธุ์อะไรก็ตาม การล่าวาฬนับเป็นอุตสาหกรรมที่ไม่มีความจำเป็นและควรเป็นเพียงประวัติศาสตร์เท่านั้น”

ประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวียเริ่มกลับมาล่าวาฬอีกครั้ง


ขณะที่ญี่ปุ่นได้เริ่มต้นฤดูล่าสัตว์ของปี 2011 ในมหาสมุทรทางตอนใต้ ประเทศนักล่าวาฬอื่นๆ เช่น นอร์เวย์ (Norway) และไอซ์แลนด์ (Iceland) ก็กำลังเตรียมกิจกรรมล่าวาฬอีกกว่า 1,300 ตัว

ข้อมูลจากนอร์เวย์เปิดเผยว่า โควต้าการล่าวาฬในปี 2011 นี้ แต่เดิมจะเริ่มในเดือนเมษายน โดยได้ระบุจำนวนการล่าวาฬมิงกิไว้ที่ 1,286 ตัว เป็นจำนวนที่เท่ากันในปี 2010 ถ้าตัวเลขดังกล่าวเป็นจริง นอร์เวย์ก็จะเป็นประเทศที่มีการล่าวาฬเชิงพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

อย่างไรก็ตามจากตัวเลขทางการตลาดที่ลดลงของผลิตภัณฑ์เนื้อวาฬในปีที่ผ่านมา ทำให้นักล่าวาฬจากนอร์เวย์ล่าวาฬไปเพียงหนึ่งในสามของจำนวนที่ได้รับการจัดสรรทั้งหมด นับเป็นข้อบ่งชี้ชัดเจนว่าอุตสาหกรรมล่าวาฬกำลังเสื่อมถอยลง ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของ WSPA และองค์กรอื่นๆ

ในอีกด้านหนึ่ง Gary Locke เลขาธิการพาณิชย์สหรัฐอเมริกา ได้วิจารณ์การกลับมาอีกครั้งของการค้าขายผลิตภัณฑ์จากวาฬฟินในประเทศไอซ์แลนด์ โดยในปีที่ผ่านมามียอดปริมาณการส่งออกถึง 800 กว่าตัน นับรวมผลิตภัณฑ์จากวาฬฟินซึ่งใกล้สูญพันธุ์ ทั้งนี้ ณ ปัจจุบัน ไอซ์แลนด์มีโควต้าประจำปีสำหรับวาฬมิงกิ 100 ตัว และวาฬฟิน 150 ตัว 

WSPA และรัฐบาลอังกฤษ ประสานความร่วมมือเพื่อสวัสดิภาพวาฬ


ในปีนี้ WSPA จะยังคงผลักดัน คณะกรรมมาธิการการล่าวาฬนานาชาติ (International Whaling Commission - IWC)ในการแก้ปัญหาอย่างจริงจังเรื่องสวัสดิภาพสัตว์พื้นฐานที่เกี่ยวเนื่องกับการล่าวาฬ จากความร่วมมือกับรัฐบาลประเทศอังกฤษ เราจะจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องสวัสดิภาพวาฬและจริยธรรมให้แก่นักวิชาการและผู้เกี่ยวข้องด้านการกำหนดนโยบาย ที่  Eden Project ใน Cornwall ประเทศอังกฤษในวันที่ 22 และ 23 มีนาคม ศกนี้

ในการประชุม IWC ปีที่ผ่านมา ข้อเสนอจากประเทศอังกฤษได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากประเทศอื่นๆ ได้แก่ เบลเยียม, ออสเตรเลีย, อาเจนตินา, นิวซีแลนด์, เอกวาดอร์, เนเธอร์แลนด์, เยอรมัน, โปรตุเกส, คอสตาริกา, อินเดีย และบราซิล

ผู้เชี่ยวชาญสวัสดิภาพสัตว์และจริยธรรมจากนานาประเทศจะเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการและมีส่วนร่วมในการหารือและวิเคราะห์ข้อมูลที่นำเสนอในที่ประชุม ข้อเสนอแนะใดๆ ที่ได้จากการประชุม จะถูกบันทึกลงในรายงานนั้นช่วยทำให้ IWC มีความเข้าใจความคิดเห็นของนานาชาติ ทั้งในแง่มุมทางวิทยาศาสตร์และการจัดการสวัสดิภาพสัตว์ ตลอดจนมุมมองทางวิชาการด้านจริยธรรม WSPA หวังว่า สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คณะกรรมการมีความเข้าใจที่แจ่มชัดและสามารถตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพในประเด็นต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการล่าวาฬ หรือสวัสดิภาพด้านอื่นๆ

ที่มา http://www.wspathailand.org/latestnews/2011/japanese-whalers-first-hunt-th.aspx

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น